ทุกคนคงเคยเจอปัญหาขยะล้นบ้าน กลิ่นเหม็น หรือคิดไม่ตกใช่ไหมคะว่า “เอ๊ะ! ขยะชิ้นนี้ต้องทิ้งถังไหนนะ?” ไม่ใช่แค่เราคนเดียวหรอกค่ะที่กังวล เพราะประเทศไทยของเรามีขยะเกิดขึ้นเยอะมากถึงวันละ 73,840 ตันเลยทีเดียว และที่น่าตกใจคือมีแค่ประมาณ 1 ใน 4 เท่านั้นที่ได้กลับมาใช้ใหม่จริง ๆ ปัญหาขยะที่ไม่ได้แยกอย่างถูกวิธี ไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ดิน น้ำ อากาศปนเปื้อน เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค หรือก่อให้เกิดก๊าซพิษ แต่ยังกระทบต่อสุขภาพของเราทุกคนโดยตรงอีกด้วยแต่รู้ไหมคะว่าแค่เราเริ่มจากการ “แยกขยะ” ที่บ้านง่ายๆ ก็ช่วยลดปัญหาใหญ่ระดับประเทศได้ แถมยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับของเหลือใช้ได้อีกด้วยนะ!
ไม่ว่าจะเป็นขยะอินทรีย์ที่นำไปทำปุ๋ย ขยะรีไซเคิลที่แปลงเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เก๋ๆ หรือแม้แต่เทคโนโลยีรีไซเคิลล้ำๆ ที่กำลังมาแรงในปี 2025 อย่างการอัพไซเคิลพลาสติก ที่เปลี่ยนขยะให้กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์สวยๆ หรือเสื้อผ้าแฟชั่นวันนี้ฉันมีข้อมูลดีๆ พร้อมเคล็ดลับที่จะทำให้การแยกขยะเป็นเรื่องง่ายและสนุก ไม่ใช่แค่รักษ์โลก แต่ยังอาจสร้างรายได้เล็กๆ น้อยๆ ให้กับเราได้ด้วยค่ะ มาค้นพบวิธีง่ายๆ ที่จะทำให้บ้านเราสะอาดน่าอยู่ โลกของเราดีขึ้น และคุณเองก็รู้สึกภูมิใจกับสิ่งเล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่ที่คุณทำได้ มาดูกันเลยว่าเราจะเริ่มต้นสร้างความเปลี่ยนแปลงนี้ไปพร้อมกันได้อย่างไร!
รับรองว่าอ่านจบแล้วจะต้องร้องว้าวและอยากลุกขึ้นมาแยกขยะทันทีเลยล่ะค่ะ มาทำความเข้าใจเรื่องนี้ไปพร้อมกันอย่างละเอียดเลยค่ะ
เปลี่ยนขยะให้เป็นทอง: เคล็ดลับแยกให้ได้เงิน

ทุกคนคงเคยเห็นข่าวคนที่รวยเพราะแยกขยะกันมาบ้างใช่ไหมคะ? ฟังดูเหลือเชื่อแต่เรื่องจริงนะ! ฉันเองก็เคยคิดว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว จนกระทั่งลองเริ่มทำเองที่บ้านดู แรกๆ ก็แค่ลองแยกกระดาษกับขวดพลาสติกแบบง่ายๆ แต่พอทำไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเห็นว่า “เฮ้ย! ของพวกนี้มันมีค่าจริงๆ นี่นา” จากขยะที่เรามองข้าม กลับกลายเป็นเงินเล็กๆ น้อยๆ ที่ช่วยค่าขนมได้เลยทีเดียว มันไม่ใช่แค่เรื่องเงินหรอกค่ะ แต่มันคือการได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่เราเคยจะทิ้งไปเฉยๆ และที่สำคัญคือมันลดภาระให้พนักงานเก็บขยะของเราได้อีกเยอะเลย ลองคิดดูสิคะ ถ้าบ้านทุกหลังในประเทศไทยเริ่มแยกขยะแบบจริงจัง ปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบหรือกำจัดก็จะลดลงไปมหาศาล แถมยังสร้างงานให้กับอุตสาหกรรมรีไซเคิลอีกด้วย
มองหาโอกาสสร้างรายได้จากของเหลือใช้
หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าขยะรีไซเคิลอย่างกระดาษ พลาสติก แก้ว หรือโลหะต่างๆ ที่เราทิ้งกันทุกวัน จริงๆ แล้วมีมูลค่า สามารถนำไปขายให้กับร้านรับซื้อของเก่าได้นะคะ ยิ่งช่วงที่ราคารับซื้อดีๆ นี่คือฟินเลย! ฉันเองเคยเก็บขวดพลาสติกใสจากน้ำดื่มที่บ้าน พอสะสมได้เยอะๆ ก็เอาไปขาย ได้เงินมาเล็กน้อยแต่ก็รู้สึกภูมิใจมากๆ เลยค่ะ มันทำให้เราอยากจะแยกขยะมากขึ้นไปอีก เพราะนอกจากจะได้เงินแล้วยังรู้สึกว่าได้ช่วยโลกไปด้วยพร้อมๆ กัน บางคนถึงกับจริงจังกับการแยกขยะรีไซเคิลแล้วเปิดเป็นจุดรับซื้อเล็กๆ ในชุมชนก็มีนะ ทำให้คนอื่นๆ เข้าถึงการรีไซเคิลได้ง่ายขึ้นด้วย
ลดค่าใช้จ่ายในบ้านด้วยการแยกและใช้ซ้ำ
นอกจากจะสร้างรายได้แล้ว การแยกขยะยังช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นในบ้านเราได้ด้วยนะ อย่างเช่น ขยะอินทรีย์จากเศษอาหารหรือกิ่งไม้ใบหญ้า เราสามารถนำมาทำปุ๋ยหมักไว้ใช้บำรุงต้นไม้ในสวนของเราเอง ไม่ต้องไปซื้อปุ๋ยเคมีแพงๆ เลย หรือพวกของใช้ต่างๆ ที่ยังอยู่ในสภาพดี เราก็สามารถซ่อมแซม นำกลับมาใช้ซ้ำ หรือนำไปบริจาคต่อได้ ไม่ต้องเสียเงินซื้อใหม่บ่อยๆ การทำแบบนี้ไม่เพียงแต่ประหยัดเงินในกระเป๋า แต่ยังช่วยลดการผลิตและใช้ทรัพยากรใหม่ๆ ซึ่งเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวด้วยค่ะ
ถังขยะมหัศจรรย์: รู้จักสีแยกให้ถูก
บางทีการแยกขยะก็ดูเหมือนจะซับซ้อนใช่ไหมคะ? โดยเฉพาะเรื่องสีของถังขยะนี่แหละ! แรกๆ ฉันก็สับสนเหมือนกันว่าถังสีไหนทิ้งอะไรกันแน่ แต่พอได้ลองทำความเข้าใจจริงๆ แล้ว มันง่ายกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ ที่บ้านเราตอนนี้มีถังขยะหลายสีเลยนะ เพราะฉันอยากให้ทุกคนในบ้านเข้าใจและแยกขยะได้อย่างถูกต้อง สีของถังขยะเป็นสัญลักษณ์ที่ช่วยให้เราทิ้งขยะได้ถูกประเภท ช่วยให้กระบวนการรีไซเคิลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมยังช่วยลดปัญหามลพิษต่างๆ อีกด้วย การที่เราทุกคนรู้จักสีและประเภทของขยะที่จะทิ้งอย่างถูกต้อง ก็เท่ากับว่าเราได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้ระบบจัดการขยะของประเทศเราดีขึ้นอย่างมหาศาลเลยทีเดียว
ถังเขียวสำหรับขยะอินทรีย์: อาหารและธรรมชาติ
ถังสีเขียวคือถังสำหรับขยะอินทรีย์ค่ะ จำง่ายๆ ว่าเป็นขยะที่ย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเศษอาหาร ผักผลไม้ เปลือกผลไม้ กากกาแฟ หรือแม้แต่ใบไม้กิ่งไม้แห้งๆ จากสวนของเรา ขยะพวกนี้แหละที่สามารถนำไปทำปุ๋ยหมัก หรือบางทีก็เอาไปเลี้ยงสัตว์ได้ด้วยนะ การแยกขยะอินทรีย์ออกจากขยะประเภทอื่นเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะถ้าขยะอินทรีย์ไปปนกับขยะแห้งอื่นๆ มันจะทำให้ขยะแห้งเหล่านั้นสกปรกและยากต่อการรีไซเคิลค่ะ ที่สำคัญคือขยะอินทรีย์ถ้าทิ้งรวมกันนานๆ จะเกิดกลิ่นเหม็นและเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคได้ง่ายมาก การแยกขยะอินทรีย์จึงช่วยให้บ้านเราสะอาดและลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ดีเลยค่ะ
ถังน้ำเงินสำหรับขยะทั่วไป: ของที่ไม่รีไซเคิล
ถังสีน้ำเงินเป็นถังสำหรับขยะทั่วไป หรือขยะที่ไม่สามารถนำไปรีไซเคิลได้ค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ถุงพลาสติกเปื้อนอาหาร ซองขนม ซองบะหมี่สำเร็จรูป โฟม หรือเศษผ้าต่างๆ ขยะเหล่านี้มักจะถูกนำไปกำจัดด้วยการฝังกลบหรือเผาทำลาย ซึ่งถ้ามีปริมาณมากก็จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ ดังนั้น การที่เราแยกขยะทั่วไปออกมาให้ชัดเจน จะช่วยให้การจัดการขยะในขั้นตอนสุดท้ายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ ฉันพยายามที่จะลดปริมาณขยะประเภทนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตซ้ำได้ หรือพกถุงผ้าไปจ่ายตลาดแทนถุงพลาสติกค่ะ
ถังเหลืองสำหรับขยะรีไซเคิล: เปลี่ยนเป็นของใหม่
ถังสีเหลืองคือถังขยะที่ฉันรักที่สุดเลยค่ะ! เพราะมันคือถังสำหรับขยะรีไซเคิล ขยะที่พร้อมจะกลับมามีชีวิตใหม่ได้อีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นขวดพลาสติกใส ขวดแก้ว กระป๋องอลูมิเนียม กระดาษลัง หรือหนังสือพิมพ์เก่าๆ ขยะเหล่านี้สามารถนำไปผ่านกระบวนการแปรรูปและผลิตเป็นสินค้าใหม่ได้อีกครั้ง ทำให้เราลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติใหม่ๆ และลดปริมาณขยะที่ต้องกำจัดลงได้เยอะมากเลยนะคะ เวลาที่ฉันเห็นถังสีเหลืองเต็มไปด้วยขยะรีไซเคิลที่แยกไว้เป็นอย่างดี ฉันจะรู้สึกภูมิใจมากๆ เลยค่ะ เหมือนเราได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนและสร้างโลกที่ยั่งยืนขึ้นมาจริงๆ
ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ: ประโยชน์ของการแยกขยะที่บ้าน
จริงๆ แล้วการแยกขยะไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิดเลยค่ะ ฉันเองก็เคยท้อแท้ในช่วงแรกๆ ที่เริ่มทำ แต่พอเห็นผลลัพธ์ที่ตามมา มันกลับทำให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะเลยนะ ไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาดหรือการได้เงินเล็กๆ น้อยๆ แต่ยังรวมถึงความรู้สึกที่ดีที่ได้ทำอะไรเพื่อสิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ การแยกขยะที่บ้านมันคือการลงทุนเล็กๆ ที่ให้ผลตอบแทนมหาศาล ทั้งกับตัวเราเอง ครอบครัว และโลกใบนี้เลยค่ะ
บ้านสะอาด ปลอดภัย ไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์
ข้อดีอันดับแรกที่สัมผัสได้ทันทีเลยก็คือบ้านสะอาดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดค่ะ! พอเราแยกขยะอินทรีย์ออกไปทำปุ๋ย หรือนำไปทิ้งได้ทันที ก็ไม่มีเศษอาหารเหลืออยู่ในถังขยะนานๆ ทำให้ไม่มีกลิ่นเหม็นเน่า หรือสัตว์พาหะต่างๆ อย่างแมลงวัน หนู มาตอมหรือคุ้ยเขี่ยให้สกปรกเลยค่ะ พอขยะเปียกออกไปแล้ว ขยะที่เหลือในถังก็จะสะอาดและแห้งขึ้น ทำให้บ้านของเราน่าอยู่ขึ้นเยอะเลยค่ะ จากประสบการณ์ตรงของฉันเอง พอเริ่มแยกขยะอย่างจริงจัง ก็ไม่ต้องมานั่งทนกับกลิ่นขยะเหม็นๆ ในบ้านอีกต่อไป รู้สึกสบายใจและมีความสุขกับการใช้ชีวิตในบ้านมากขึ้นค่ะ
ลดปริมาณขยะลงอย่างไม่น่าเชื่อ
อีกหนึ่งประโยชน์ที่น่าทึ่งคือปริมาณขยะที่ต้องนำไปทิ้งจริงๆ ลดลงไปอย่างมากเลยค่ะ! ลองสังเกตดูนะคะว่าส่วนใหญ่ขยะในบ้านเราก็จะเป็นขยะรีไซเคิล หรือขยะอินทรีย์ที่นำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ พอเราแยกขยะเหล่านี้ออกไปแล้ว ขยะที่เหลือจริงๆ ที่ต้องทิ้งให้รถขยะมาเก็บก็จะมีไม่มากเลยค่ะ ซึ่งตรงนี้แหละที่ช่วยลดภาระการทำงานของพนักงานเก็บขยะและระบบจัดการขยะของเมืองได้เยอะมากๆ ฉันรู้สึกว่าทุกครั้งที่รถขยะมาเก็บถุงขยะใบเล็กๆ ของบ้านเรา มันเป็นความภูมิใจเล็กๆ ที่ได้ช่วยลดขยะให้โลกของเราได้อีกวันหนึ่ง
ของเก่าเล่าใหม่: อัปไซเคิลพลิกโฉมขยะ
ใครจะไปคิดว่าของที่เตรียมจะทิ้งอย่างขวดพลาสติก แก้วกาแฟ หรือแม้แต่ยางรถยนต์เก่าๆ จะกลายเป็นของแต่งบ้านสุดเก๋ หรือเสื้อผ้าแฟชั่นที่ไม่เหมือนใครได้? ฉันเองก็เพิ่งรู้ไม่นานมานี้ว่า “อัปไซเคิล” เนี่ยมันเจ๋งขนาดไหน! มันไม่ใช่แค่การรีไซเคิลให้กลับมาเป็นของเดิมนะ แต่มันคือการเพิ่มคุณค่า เพิ่มความสวยงาม และทำให้ของเหล่านั้นกลับมามีชีวิตอีกครั้งในรูปแบบใหม่ที่ดีกว่าเดิม ฉันเคยเห็นคนที่เอาขวดพลาสติกมาทำเป็นกระถางต้นไม้สวยๆ หรือเอาลังกระดาษมาประดิษฐ์เป็นของเล่นให้ลูก มันทำให้ฉันรู้สึกว่าขยะไม่ใช่แค่ขยะ แต่มันคือวัตถุดิบชั้นดีที่รอวันถูกสร้างสรรค์ให้กลายเป็นผลงานชิ้นเอกต่างหาก
สร้างสรรค์ชิ้นงานจากสิ่งเหลือใช้
การอัปไซเคิลเป็นอะไรที่สนุกและท้าทายความคิดสร้างสรรค์มากๆ เลยค่ะ เราสามารถนำสิ่งของที่เราคิดว่าเป็นขยะมาดัดแปลงให้กลายเป็นของใช้ใหม่ที่มีประโยชน์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้ง่ายๆ ยกตัวอย่างเช่น กระป๋องนมหรือกระป๋องน้ำอัดลมที่เราดื่มหมดแล้ว แทนที่จะทิ้ง เราอาจจะนำมาล้างทำความสะอาด ตกแต่งด้วยสีสันหรือลวดลายสวยๆ แล้วนำไปใช้เป็นที่ใส่ปากกา ดินสอ หรืออุปกรณ์เครื่องเขียนบนโต๊ะทำงานได้เลย หรือจะใช้เป็นแจกันใส่ดอกไม้เล็กๆ ก็ดูน่ารักดีนะ มันไม่ใช่แค่ได้ของใหม่ แต่ยังได้ความภูมิใจที่ได้สร้างสรรค์สิ่งเหล่านั้นด้วยมือของเราเอง
เปลี่ยนขยะพลาสติกเป็นแฟชั่นและเฟอร์นิเจอร์สุดคูล
เทรนด์การอัปไซเคิลพลาสติกกำลังมาแรงมากๆ เลยค่ะ! ลองนึกดูสิคะว่าพลาสติกที่ใช้แล้วทิ้ง ซึ่งปกติจะใช้เวลาย่อยสลายนานมากๆ จะสามารถกลายมาเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นดีไซน์เก๋ๆ หรือเฟอร์นิเจอร์สวยๆ ที่แข็งแรงทนทานได้ยังไงบ้าง มันสุดยอดมากๆ เลยนะ! มีหลายแบรนด์เริ่มหันมาสนใจนำขยะพลาสติกมาแปรรูปเป็นเส้นใยสำหรับทำเสื้อผ้า หรือนำมาหลอมขึ้นรูปใหม่เป็นเก้าอี้ โต๊ะ หรือของตกแต่งบ้านต่างๆ มันไม่ใช่แค่ช่วยลดปริมาณขยะพลาสติกเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสิ่งของเหล่านี้ และยังเป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าแฟชั่นและความยั่งยืนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัวจริงๆ
เทคโนโลยีสุดว้าว: นวัตกรรมรักษ์โลกปี 2025

โลกของเรากำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แม้แต่เรื่องการจัดการขยะก็มีเทคโนโลยีล้ำๆ เกิดขึ้นมาช่วยให้ชีวิตเราง่ายขึ้นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นค่ะ ฉันเองก็เป็นคนที่ชอบอัปเดตเรื่องเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เพราะรู้สึกว่าเทคโนโลยีเหล่านี้คือความหวังในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เรากำลังเผชิญอยู่ ที่สำคัญคือเทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้อยู่ไกลตัวอย่างที่คิด บางอย่างเราสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันของเราได้เลยนะ
AI และหุ่นยนต์ช่วยคัดแยกขยะแม่นยำกว่าเดิม
เคยคิดไหมคะว่าถ้ามีหุ่นยนต์มาช่วยแยกขยะให้เราคงจะดีไม่น้อย? ตอนนี้มันไม่ใช่แค่ความฝันแล้วนะ! เทคโนโลยี AI และหุ่นยนต์กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการคัดแยกขยะอย่างแม่นยำและรวดเร็วมากขึ้นในโรงงานรีไซเคิลต่างๆ ด้วยความสามารถในการเรียนรู้และจดจำประเภทของวัสดุ ทำให้หุ่นยนต์สามารถแยกขยะได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่ามนุษย์เยอะเลยค่ะ ลดข้อผิดพลาดและเพิ่มปริมาณขยะที่สามารถนำไปรีไซเคิลได้จริง ทำให้กระบวนการรีไซเคิลเป็นไปอย่างราบรื่นและลดต้นทุนในการจัดการไปได้อีกด้วย ฉันเชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ เราอาจจะได้เห็นนวัตกรรมเหล่านี้เข้ามาใกล้ชิดชีวิตประจำวันของเรามากขึ้นก็ได้นะ
นวัตกรรมเปลี่ยนขยะเป็นพลังงานสะอาด
นอกจากจะรีไซเคิลให้กลับมาเป็นของใช้ใหม่แล้ว ขยะบางประเภทยังสามารถเปลี่ยนไปเป็นพลังงานสะอาดได้อีกด้วยค่ะ! เป็นอะไรที่ว้าวมากจริงๆ นะ ไม่ว่าจะเป็นการนำขยะอินทรีย์ไปผลิตเป็นก๊าซชีวภาพ (Biogas) เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง หรือการนำขยะที่ไม่สามารถรีไซเคิลได้ไปเผาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า (Waste-to-Energy) เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และยังสร้างพลังงานทดแทนที่สะอาดอีกด้วยค่ะ มันคือการแก้ปัญหาแบบครบวงจรที่น่าจับตามองมากๆ เลยค่ะ
ชุมชนเข้มแข็ง: แยกขยะสร้างเศรษฐกิจ
การแยกขยะไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องของทุกคนในชุมชนค่ะ เมื่อเราเริ่มแยกขยะที่บ้านแล้ว การสร้างเครือข่ายหรือการรวมกลุ่มในชุมชนเพื่อจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพก็จะเกิดขึ้นตามมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้แหละที่จะนำไปสู่การสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในระดับชุมชนได้อย่างยั่งยืน จากประสบการณ์ที่ฉันเคยเห็นมา ชุมชนที่เข้มแข็งเรื่องการจัดการขยะมักจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า และมีสิ่งแวดล้อมที่น่าอยู่กว่าด้วยค่ะ
รวมพลังชาวบ้าน: สร้างจุดรับซื้อของเก่าในชุมชน
ลองนึกภาพดูสิคะว่าถ้าในชุมชนของเรามีจุดรับซื้อของเก่าที่เข้าถึงง่ายๆ ไม่ต้องเดินทางไกลไปไหน คงจะดีแค่ไหน! หลายๆ ชุมชนเริ่มรวมกลุ่มกันจัดตั้งจุดรับซื้อขยะรีไซเคิลขึ้นมาเอง ทำให้ชาวบ้านสามารถนำขยะที่แยกไว้มาขายได้สะดวก แถมบางชุมชนยังมีการจัดโปรแกรมสะสมแต้มหรือแลกของรางวัล เพื่อจูงใจให้คนมาแยกขยะมากขึ้นด้วยนะคะ การทำแบบนี้ไม่เพียงแต่สร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน แต่ยังช่วยให้ขยะรีไซเคิลได้รับการจัดการอย่างถูกต้องและกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตใหม่ได้เร็วขึ้นอีกด้วย
ปุ๋ยหมักชุมชน: เปลี่ยนเศษอาหารเป็นทองคำสีดำ
เศษอาหารจากบ้านเรือนและตลาดสดในชุมชนเป็นขยะอินทรีย์ที่มีปริมาณมากที่สุด การนำเศษอาหารเหล่านี้มารวมกันทำปุ๋ยหมักในระดับชุมชนถือเป็นแนวคิดที่ยอดเยี่ยมเลยค่ะ ปุ๋ยหมักที่ได้ก็สามารถนำไปใช้บำรุงต้นไม้ในสวนสาธารณะ หรือนำไปแจกจ่ายให้กับสมาชิกในชุมชนเพื่อใช้ในการเกษตรเล็กๆ น้อยๆ ได้อีกด้วย มันคือการเปลี่ยนขยะให้กลายเป็น “ทองคำสีดำ” ที่ช่วยให้พืชพรรณเจริญเติบโตอย่างงดงาม ลดการใช้สารเคมี และยังช่วยลดปริมาณขยะอินทรีย์ที่ต้องนำไปกำจัดอีกด้วยค่ะ
เล็กๆ ที่ยิ่งใหญ่: เริ่มต้นแยกขยะง่ายๆ วันนี้
สุดท้ายนี้ ฉันอยากจะบอกว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ มักจะเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำในทุกๆ วันค่ะ การแยกขยะก็เช่นกัน มันอาจจะดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าทุกคนช่วยกันทำ ผลลัพธ์ที่ได้จะยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้เลยค่ะ อย่าเพิ่งท้อแท้ถ้าทำไม่ได้ตามที่ตั้งใจไว้ตั้งแต่แรกนะคะ เพราะทุกการเริ่มต้นย่อมมีอุปสรรคบ้างเป็นธรรมดา สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอและความตั้งใจจริงค่ะ
ทริคง่ายๆ เริ่มต้นที่ครัวของคุณ
ถ้าใครยังไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนดี ฉันแนะนำให้เริ่มที่ “ห้องครัว” ค่ะ เพราะเป็นแหล่งกำเนิดขยะที่เยอะที่สุดในบ้านเลย! ลองหาถังขยะใบเล็กๆ มาวางเพิ่มอีก 2-3 ใบในครัว เพื่อแยกขยะประเภทหลักๆ ก่อน เช่น ถังสำหรับเศษอาหาร ถังสำหรับขยะรีไซเคิล (ขวดพลาสติก แก้ว) และถังสำหรับขยะทั่วไป แค่นี้ก็ได้เริ่มต้นการแยกขยะแล้วค่ะ พอทำไปสักพักก็จะชินไปเอง และจะเห็นว่ามันไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดเลยนะ
ชวนทั้งบ้านมาสนุกกับการแยกขยะ
การแยกขยะจะสนุกและง่ายขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ ถ้าทุกคนในบ้านได้มีส่วนร่วม ลองชวนลูกๆ มาช่วยแยกขยะสอนให้พวกเขารู้จักประเภทของขยะและประโยชน์ของการรีไซเคิล การทำแบบนี้ไม่เพียงแต่ปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้กับเด็กๆ แต่ยังทำให้การแยกขยะกลายเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกันในครอบครัวได้อีกด้วยค่ะ ที่บ้านฉัน ลูกๆ ชอบมากๆ เวลาได้เอาขยะรีไซเคิลไปขาย แล้วเอาเงินที่ได้มาแบ่งกันเป็นค่าขนม มันทำให้พวกเขารู้สึกมีส่วนร่วมและภูมิใจในสิ่งที่ทำค่ะ
| สีถังขยะ | ประเภทขยะ | ตัวอย่างขยะ | ประโยชน์/การนำไปใช้ |
|---|---|---|---|
| เขียว | ขยะอินทรีย์ | เศษอาหาร, ผัก, ผลไม้, ใบไม้ | ทำปุ๋ยหมัก, ผลิตก๊าซชีวภาพ |
| เหลือง | ขยะรีไซเคิล | ขวดพลาสติก, ขวดแก้ว, กระป๋อง, กระดาษ | นำกลับมาผลิตเป็นสินค้าใหม่ |
| แดง/ส้ม | ขยะอันตราย | ถ่านไฟฉาย, แบตเตอรี่, หลอดไฟ, กระป๋องสเปรย์ | กำจัดอย่างถูกวิธีเพื่อไม่ให้สารพิษปนเปื้อน |
| น้ำเงิน/เทา | ขยะทั่วไป | ถุงพลาสติก, ซองขนม, โฟม, เศษผ้า | ฝังกลบ, เผาผลิตพลังงาน |
สรุปปิดท้าย
เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน อ่านมาถึงตรงนี้แล้วคงเห็นแล้วใช่ไหมว่าการแยกขยะไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดเลย แถมยังได้ประโยชน์มหาศาลทั้งกับตัวเราเอง ชุมชน และโลกของเราด้วย ฉันเองก็ยังคงเรียนรู้และปรับปรุงวิธีการแยกขยะของตัวเองอยู่เสมอ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสิ่งที่ใหญ่โตหรอกค่ะ แค่เริ่มจากจุดเล็กๆ ที่บ้านของเราเอง แล้วค่อยๆ ขยายผลไปสู่คนรอบข้าง เท่านี้เราก็เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้แล้วค่ะ มาเปลี่ยนขยะให้เป็นทองคำ สร้างโลกที่น่าอยู่ไปด้วยกันนะคะทุกคน!
เกร็ดความรู้คู่บ้านที่ควรทราบ
1. สำหรับใครที่แยกขยะได้เยอะแล้วและอยากนำไปขายสร้างรายได้ ลองค้นหา “ร้านรับซื้อของเก่า” หรือ “จุดรับซื้อขยะรีไซเคิล” ใกล้บ้านคุณได้ง่ายๆ ผ่าน Google Maps หรือสอบถามจากคนในชุมชนได้เลยค่ะ บางร้านอาจมีบริการรับซื้อถึงบ้านหากมีปริมาณมากพอ หรือบางชุมชนก็มีโครงการ “ธนาคารขยะ” ที่รวบรวมขยะรีไซเคิลจากชาวบ้านเพื่อนำไปขายรวมกัน ซึ่งเป็นช่องทางที่ดีในการสร้างรายได้เล็กๆ น้อยๆ และลดปริมาณขยะไปพร้อมกัน ที่สำคัญคืออย่าลืมทำความสะอาดขยะรีไซเคิลก่อนนำไปขายด้วยนะคะ เพื่อให้ได้ราคาดีและช่วยให้กระบวนการรีไซเคิลสะอาดขึ้นค่ะ
2. การเตรียมขยะรีไซเคิลให้พร้อมก่อนนำไปทิ้งหรือขายเป็นสิ่งสำคัญมากค่ะ โดยเฉพาะขวดพลาสติก ขวดแก้ว หรือกระป๋องต่างๆ ควรล้างทำความสะอาดให้ปราศจากเศษอาหารหรือคราบสกปรก และตากให้แห้งสนิทก่อน เพื่อป้องกันกลิ่นเหม็นอับและเชื้อโรคที่จะตามมา นอกจากนี้ การบีบหรือพับขยะให้มีขนาดเล็กลงเท่าที่จะทำได้ เช่น การบีบขวดพลาสติกให้แบน หรือพับกล่องกระดาษให้เรียบร้อย ก็จะช่วยประหยัดพื้นที่ในการจัดเก็บ และยังช่วยให้รถขนส่งสามารถบรรทุกขยะได้ในปริมาณที่มากขึ้น ลดจำนวนเที่ยวการขนส่งและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีกทางหนึ่งด้วยค่ะ
3. ขยะอันตรายเป็นสิ่งที่เราต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษค่ะ เพราะมีสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เช่น ถ่านไฟฉาย แบตเตอรี่ หลอดไฟ กระป๋องสเปรย์ หรือภาชนะบรรจุสารเคมีต่างๆ ขยะเหล่านี้ไม่ควรทิ้งรวมกับขยะทั่วไปเด็ดขาดค่ะ ลองมองหาจุดรับทิ้งขยะอันตรายที่เทศบาลหรือห้างสรรพสินค้าบางแห่งจัดไว้ให้ หรือบางโครงการอาจมี “รถรับขยะอันตราย” ที่วิ่งไปตามชุมชนเป็นครั้งคราว การกำจัดขยะอันตรายอย่างถูกวิธีจะช่วยป้องกันไม่ให้สารพิษปนเปื้อนลงสู่ดิน แหล่งน้ำ และอากาศ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศของเราค่ะ
4. การทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารและขยะอินทรีย์ที่บ้านเป็นวิธีที่ง่ายและมีประโยชน์สุดๆ เลยค่ะ! คุณสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ ด้วยการหาภาชนะมาทำเป็นถังหมักเล็กๆ หรือจะใช้ตะกร้าที่ไม่ใช้แล้วก็ได้ โดยนำเศษอาหาร ผักผลไม้ เปลือกไข่ หรือใบไม้แห้งมาผสมรวมกันเป็นชั้นๆ แล้วรดน้ำให้ชุ่มชื้น พลิกกลับกองปุ๋ยเป็นระยะๆ ไม่นานคุณก็จะได้ปุ๋ยอินทรีย์ชั้นดีไว้ใช้บำรุงต้นไม้ในสวนของคุณเอง ไม่ต้องเสียเงินซื้อปุ๋ยเคมี แถมยังช่วยลดปริมาณขยะอินทรีย์ในครัวเรือนได้อย่างเห็นผล นอกจากนี้ การมีต้นไม้ที่แข็งแรงจากการใช้ปุ๋ยธรรมชาติยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ร่มรื่นและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมภายในบ้านอีกด้วยค่ะ
5. ลองมองหาหรือริเริ่มโครงการจัดการขยะในชุมชนของคุณดูสิคะ! การทำงานร่วมกันกับเพื่อนบ้านจะช่วยให้การแยกขยะมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การจัดตั้งจุดรับซื้อของเก่าในชุมชน การรณรงค์ให้ความรู้เรื่องการแยกขยะ หรือแม้แต่การจัดกิจกรรม “ตลาดนัดรีไซเคิล” ที่ให้คนในชุมชนนำของเหลือใช้สภาพดีมาแลกเปลี่ยนหรือขายต่อกัน การรวมพลังของคนในชุมชนจะช่วยสร้างเครือข่ายที่เข้มแข็งในการจัดการขยะ ลดปริมาณขยะ และยังสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับคนในท้องถิ่นได้อีกด้วยค่ะ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่การพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืนและน่าอยู่ยิ่งขึ้นในระยะยาวค่ะ
ข้อสรุปสำคัญ
การแยกขยะเป็นก้าวเล็กๆ ที่สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับโลกของเราได้อย่างแท้จริง จากประสบการณ์ของฉัน การเริ่มต้นทำด้วยตัวเองที่บ้าน ทำให้เห็นคุณค่าของสิ่งต่างๆ มากขึ้น และยังช่วยให้บ้านสะอาด ปลอดภัย ไร้กลิ่นไม่พึงประสงค์ ที่สำคัญคือช่วยลดภาระสิ่งแวดล้อม และยังสร้างโอกาสในการสร้างรายได้จากการนำขยะรีไซเคิลไปขายอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการนำไปอัปไซเคิลเป็นของใช้ใหม่ที่สร้างสรรค์ หรือการสนับสนุนเทคโนโลยีรักษ์โลกที่ช่วยเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงานสะอาด ทุกการกระทำของเราล้วนมีความหมายและส่งผลกระทบในเชิงบวก ขอให้ทุกคนอย่ามองข้ามพลังของตัวเองในการเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมนะคะ เริ่มต้นง่ายๆ วันนี้ เพื่อโลกที่ดีขึ้นของเราทุกคนค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖
ถาม: ทำไมการแยกขยะถึงสำคัญกับประเทศไทยของเรานัก และเราควรเริ่มจากตรงไหนดีคะ?
ตอบ: โอ้โห…คำถามนี้โดนใจฉันมากเลยค่ะ! ลองคิดดูสิคะว่าในแต่ละวันคนไทยเราสร้างขยะกันเยอะขนาดไหน แล้วถ้าขยะเหล่านั้นไม่ได้ถูกจัดการอย่างถูกต้อง มันก็กองรวมกัน ส่งกลิ่นเหม็น เป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรค สัตว์นำโรค และยังปล่อยก๊าซมีเทนที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนอีกด้วยค่ะ ที่น่าห่วงคือขยะพลาสติกบางชนิดต้องใช้เวลาหลายร้อยปีถึงจะย่อยสลายหมด นั่นหมายความว่าขยะที่เราทิ้งวันนี้จะอยู่คู่โลกไปอีกนานแสนนานเลยนะคะ ยิ่งไปกว่านั้น ระบบกำจัดขยะของประเทศไทยเราก็ยังไม่ครอบคลุมและมีประสิทธิภาพเพียงพอ ทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับปัญหาขยะล้นเมือง และเมื่อขยะปนเปื้อนลงสู่ดินและน้ำ ก็ย้อนกลับมาส่งผลกระทบต่อสุขภาพของเราทุกคนโดยตรง ตั้งแต่ระบบทางเดินหายใจไปจนถึงโรคร้ายต่างๆ ที่เกิดจากการปนเปื้อนในอาหารที่เรากินแต่เรื่องดีๆ คือ การเริ่มต้นเล็กๆ ที่บ้านของเรานี่แหละค่ะคือจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ที่สุด!
จากประสบการณ์ส่วนตัวของฉัน การแยกขยะไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ แค่เราทำความเข้าใจง่ายๆ ว่าขยะชิ้นไหนไปอยู่ตรงไหนได้บ้าง โดยหลักๆ แล้วเราจะแบ่งเป็น 4 ประเภทใหญ่ๆ คือ ขยะอินทรีย์ ขยะรีไซเคิล ขยะอันตราย และขยะทั่วไปค่ะ เริ่มต้นจากการมีถังขยะสัก 2-3 ใบที่บ้าน แยกแค่ขยะเปียก (เศษอาหาร) ออกจากขยะแห้งก่อน แค่นี้ก็ถือว่าเยี่ยมยอดแล้วค่ะ พอเราเริ่มคุ้นเคยแล้วค่อยๆ เพิ่มประเภทการแยกให้ละเอียดขึ้นก็ได้ค่ะ รับรองว่าพอได้ทำแล้วจะรู้สึกดีกับตัวเองมากๆ เลยค่ะ
ถาม: แยกขยะไปแล้วเอาไปไหนต่อ? แล้วขยะแต่ละประเภทแยกยังไงให้ถูกถังกันแน่คะ?
ตอบ: นี่เป็นคำถามที่หลายคนกังวลจริงๆ ค่ะ เพราะแยกแล้วไม่รู้จะเอาไปไหนต่อก็ท้อได้ง่ายๆ เลยใช่ไหมคะ? จากประสบการณ์ตรงของฉันเอง การแยกขยะเนี่ยมันมีปลายทางที่ชัดเจนและหลากหลายมากๆ เลยค่ะ ไม่ใช่แค่ทิ้งไปแล้วจบไปนะ!
ขยะอินทรีย์ (สีเขียว): ขยะประเภทนี้ก็พวกเศษอาหาร เปลือกผลไม้ กิ่งไม้ใบไม้ที่มาจากธรรมชาติค่ะ อันนี้ง่ายที่สุดเลยค่ะ เราสามารถนำไปทำเป็นปุ๋ยหมักสำหรับปลูกต้นไม้ในบ้านหรือสวนเล็กๆ ได้เลย ช่วยให้ดินอุดมสมบูรณ์ ต้นไม้ก็งอกงาม แถมยังลดค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยด้วยนะ ฉันเองก็ลองทำปุ๋ยหมักจากเศษอาหารดูแล้วค่ะ ต้นไม้ที่บ้านงามขึ้นเยอะเลย!
ถ้าใครไม่มีพื้นที่ ก็สามารถทิ้งรวมกับรถขยะของเทศบาลได้เลยค่ะ เพราะบางพื้นที่เขาก็มีโครงการนำไปทำปุ๋ยต่อ
ขยะรีไซเคิล (สีเหลือง): ขยะกลุ่มนี้แหละค่ะที่มีมูลค่า และเป็นพระเอกของการสร้างรายได้เลย ไม่ว่าจะเป็นขวดพลาสติก แก้ว กระดาษ โลหะต่างๆ (กระป๋องอลูมิเนียม เศษเหล็ก) ก่อนจะทิ้ง ให้ล้างทำความสะอาดเล็กน้อย ตากให้แห้ง แล้วบีบให้แบนเพื่อประหยัดพื้นที่ จากนั้นก็รวมรวมไว้ค่ะ พอได้ปริมาณมากพอ เราสามารถนำไปขายที่ “จุดรับซื้อของเก่า” ใกล้บ้าน หรือบางโครงการเขาก็มีรถมารับซื้อถึงหน้าบ้านเลยนะคะ (ลองค้นหาใน Google Maps ดูก็ได้ค่ะว่ามีจุดไหนใกล้ๆ เราบ้าง) บางทีก็มีศูนย์รับบริจาคเพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ด้วยค่ะ
ขยะอันตราย (สีแดง): อันนี้สำคัญมากนะคะ!
พวกแบตเตอรี่ ถ่านไฟฉาย หลอดไฟ กระป๋องสเปรย์ หรือภาชนะบรรจุสารเคมีอันตรายต่างๆ ห้ามทิ้งปะปนกับขยะทั่วไปเด็ดขาดค่ะ เพราะสารเคมีเหล่านี้เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของเรามากๆ ลองสังเกตจุดรวบรวมขยะอันตรายตามห้างสรรพสินค้า สถานีบริการน้ำมัน หรือหน่วยงานราชการในพื้นที่ดูนะคะ ส่วนใหญ่เขาจะมีถังสีแดงไว้รองรับขยะประเภทนี้โดยเฉพาะค่ะ
ขยะทั่วไป (สีน้ำเงิน/สีฟ้า): ขยะที่เหลือจากสามประเภทข้างบนค่ะ คือขยะที่ย่อยสลายยาก ไม่คุ้มค่าที่จะนำไปรีไซเคิล เช่น ถุงพลาสติกใส่อาหาร ซองขนม โฟมเปื้อนเศษอาหาร หรือผ้าอ้อมใช้แล้ว ขยะประเภทนี้ให้ทิ้งลงถังขยะทั่วไปที่รถขยะของเทศบาลจะมารวบรวมไปกำจัดต่อไปค่ะจริงๆ แล้วการแยกขยะมันง่ายกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ แค่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้วมีที่เก็บที่เหมาะสม ก็ช่วยลดปัญหาได้มหาศาลเลยนะ!
ถาม: จริงๆ แล้วการแยกขยะมันสร้างรายได้ได้จริงหรือคะ แล้วมีเทรนด์อะไรใหม่ๆ ที่น่าสนใจบ้างในปี 2025 นี้?
ตอบ: สร้างรายได้ได้จริงแน่นอนค่ะ! ฉันพูดได้เต็มปากเลยว่า “จริงมากๆ” จากประสบการณ์ตรงของเพื่อนบ้านฉันหลายคน และฉันเองก็เคยลองทำมาแล้วค่ะ การแยกขยะรีไซเคิลอย่างกระดาษ ขวดพลาสติก ขวดแก้ว หรือกระป๋องอลูมิเนียมเนี่ย พอสะสมได้เยอะๆ แล้วนำไปขายที่ร้านรับซื้อของเก่า เราจะได้เงินเล็กๆ น้อยๆ กลับมา ซึ่งบางทีก็เยอะกว่าที่คิดเลยนะคะ!
เงินตรงนี้เราอาจจะเอาไปเป็นค่าขนมลูก หรือค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ในครัวเรือนก็ได้ค่ะ ลองคิดดูนะคะว่าถ้าทั้งชุมชนช่วยกันแยกขยะแล้วเอาไปขาย รายได้รวมๆ กันอาจจะมากมายจนน่าตกใจเลยก็ได้นะ มันคือการเปลี่ยนขยะให้เป็นทองคำดีๆ นี่เองค่ะส่วนเทรนด์ใหม่ๆ ในปี 2025 ที่กำลังมาแรงและน่าจับตามากๆ เลยก็คือเรื่องของ การอัพไซเคิล (Upcycling) พลาสติก ค่ะ ไม่ใช่แค่รีไซเคิลแบบเดิมๆ ที่เปลี่ยนขยะเป็นของใหม่ที่คุณภาพอาจจะลดลงนะคะ แต่อัพไซเคิลคือการนำขยะพลาสติกมา “เพิ่มมูลค่า” ให้มันกลายเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีคุณค่าและสวยงามกว่าเดิมมาก!
คุณจำประโยคที่ฉันพูดในตอนต้นได้ไหมคะว่า “เปลี่ยนขยะให้กลายเป็นเฟอร์นิเจอร์สวยๆ หรือเสื้อผ้าแฟชั่น” นั่นแหละค่ะคือการอัพไซเคิล! ตอนนี้ในประเทศไทยก็เริ่มมีกลุ่มคนและบริษัทสตาร์ทอัพที่สนใจเทรนด์นี้กันเยอะมากเลยค่ะ เขานำขวดพลาสติกใช้แล้ว เม็ดพลาสติกเหลือทิ้ง หรือพลาสติกจากทะเล มารังสรรค์เป็นของใช้ในชีวิตประจำวันที่เก๋ไก๋สุดๆ เช่น โต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ กระเป๋าแฟชั่น หรือแม้กระทั่งเส้นใยสำหรับทำเสื้อผ้าจากขวดพลาสติก!
ซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่เพียงแค่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังมีความสวยงาม ดีไซน์โดดเด่น และขายได้ราคาดีมากๆ เลยค่ะ แสดงให้เห็นว่าขยะพลาสติกที่เคยมองว่าเป็นปัญหา กำลังจะกลายเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศและเป็นโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นในอนาคตอันใกล้นี้เลยค่ะ ฉันเชื่อว่าในปี 2025 เราจะได้เห็นสินค้าอัพไซเคิลพลาสติกเหล่านี้วางขายกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นแน่นอนค่ะ และถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักงานประดิษฐ์หรือมีไอเดียเก๋ๆ การอัพไซเคิลนี่แหละค่ะอาจจะเป็นช่องทางสร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้กับคุณได้อีกทางหนึ่งเลยนะ!






